Press "Enter" to skip to content

บริการจัดการอาคาร: วิธีการเดินสายไฟภายในบ้าน เเบบไหนดี เเบบไหนเหมาะกับบ้านคุณ

admin 0

บริการจัดการอาคาร: วิธีการเดินสายไฟภายในบ้าน เเบบไหนดี เเบบไหนเหมาะกับบ้านคุณ วันนี้มีเกล็ดความรู้เกี่ยวกับการเดินสายไฟฟ้ามาฝากเพื่อนๆ ที่กำลังมองหาวิธีเดินสายไฟไว้ภายในบ้านของคุณ ว่ามีวิธีหรือเเบบการเดินสายไฟอย่างไรบ้างจะพามาชมกัน เเต่ก่อนอื่นเลยขออธิบายนิสสนึงค่าา การเดินสายไฟภายในอาคาร หรือ ภายในบ้าน ส่วนใหญ่แล้วช่างผู้เชี่ยวชาญด้านไฟฟ้า จะมีวิธีการเดินสายไฟ 3 รูปเเบบค่ะ คือ วิธีการเดินสายไฟตีกิ๊ฟยึดผนัง, การเดินสายไฟเเบบร้อยสายผ่านท่อ และ วิธีการเดินสายไฟแบบร้อยสายผ่านท่อ โดยการเดินสายไฟทั้ง 3 วิธีนี้ ก็มีทั้งข้อดี และ ข้อเสีย ของการติดตั้ง เเละ การซ่อมบํารุงระบบไฟฟ้าเเตกต่างกันค่า

ส่วนใครชอบวิธีการเดินสายไฟเเบบไหน มาเลือกกันได้เลยค่า

1.การเดินสายไฟเเบบตีกิ๊ฟยึดผนัง หรือเรียกอีกคำพูดนึง คือ “เเบบเดินลอย”
ข้อดี การติดตั้งระบบไฟฟ้าเดินสายไฟ หรือ ต่อวงจรสวิทช์ไฟ ติดตั้งได้ไม่ยุ่งยาก หรือ หากเกิดเหตุการณ์ เช่น ต้องเปลี่ยนสายไฟ สายไฟชำรุด ที่ต้องทำการตรวจสอบสายไฟ ซึ่งการเดินสายไฟลักษณะนี้ สามารถทำการตรวจ เเละ เช็คสภาพความเสียหายของสายไฟ และซ่อมบำรุงระบบไฟฟ้าที่เกิดปัญหาขัดข้องได้ตรงจุด เพราะการเดินสายไฟฟ้าเเบบตีกิ๊ฟยึดผนัง สายไฟฟ้าจะเรียงยาวประกอบกับกิ๊ฟที่ยึดติดกับกำเเพงเป็นระยะ ๆ บนผนัง ที่เราสามารถเห็นได้เลยว่า สายไฟนั้นจุดใดที่ชำรุด หรือเสื่อมสภาพ การเดินสายไฟในบ้านเเบบตีกิ๊ฟยึดผนังนี้ ใช้ต้นทุนไม่เยอะ

ข้อเสีย สำหรับใครที่ไม่ชอบความรกหูรกตา การเดินสายไฟเเบบตีกิ๊ฟยึดผนังนี้ อาจทำให้คุณหงุดหงิดใจค่ะ เพราะว่าเห็นสายไฟบนผนัง อาจทำให้ดูไม่เรียบร้อย พื้นผิวผนังไม่เรียบ ตกแต่งยาก

อายุการใช้งาน มาตรฐานของสายไฟจะอยู่ที่ประมาน 15 – 20 ปีขึ้นไปค่ะ

2.การเดินสายไฟเเบบร้อยสายผ่านท่อ “เเบบฝังผนัง”

ข้อดี การเดินสายไฟเเบบร้อยสายผ่านท่อ ทำให้เนื้องานการเดินสายไฟที่ออกมาดูเรียบร้อย สะอาดตา เพราะว่ามีการซ่อนสายไฟไว้ในท่อ เเละฝังเข้ากับผนัง เลยทำให้ตกแต่งห้อง ตกเเตงได้ง่าย เพราะไม่มีสายไฟมาติดขัด ทำให้ดูสวยงาม เเถมยืดอายุการใช้งานของสายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นค่ะ การเดินสายไฟแบบฝังผนังสามารถเลือกได้ทั้งท่อโลหะ และท่อพลาสติก ขึ้นอยู่กับงบประมาณ ซึ่งท่อโลหะจะแพงกว่า แต่ก็ทนทานกว่าเช่นกันค่ะ

ข้อเสีย การเดินสายไฟเเบบร้อยสายผ่านท่อ หากสายไฟเกิดชำรุดภายในท่อ ที่ต้องทำการตรวจสอบสายไฟ ซึ่งการเดินสายไฟลักษณะนี้ ทำให้การตรวจเช็คสภาพที่เสียหาย หรือการซ่อมบำรุงระบบไฟฟ้า จึงมีความลำบาก ล่าช้า และมีความยุ่งยากเป็นอย่างมาก ใช้ต้นทุนสูงกว่าเเบบเดินลอย

อายุการใช้งาน การเดินสายไฟเเบบร้อยสายผ่านท่อนี้ จึงทำให้มีอายุการใช้งานของสายไฟ มากกว่าการเดินสายไฟเเบบอื่น ๆ

3.การเดินสายไฟแบบร้อยสายผ่านท่อ “เเบบยึดผนัง”

คือ การใช้การเดินสายไฟทั้งสองแบบมาประยุกต์ใช้ หรือ การนำสายไฟมาร้อยใส่ในท่อเหมือนกัน แตกต่างกันตรงที่ไม่ฝังท่อในผนังค่ะ

ข้อดี การติดตั้งนี้จะเป็นการยึดท่อติดกับผนัง ซึ่งช่างไฟฟ้าส่วนใหญ่จะแนะนำให้เจ้าของบ้านเดินสายไฟด้วยวิธีนี้ เพราะทำให้การตรวจเช็คสภาพความเสื่อมโทรม เเละการซ่อมบำรุง สะดวกอีกด้วยค่ะ ทำให้ช่วยประหยัดเวลา และ ประหยัดค่าใช้จ่าย เเถมยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการเดินสายไฟอีกด้วยค่ะ

อายุการใช้งาน นานถึง 20 – 30 ปีเลยทีเดียวค่ะ แต่ก็ไม่ควรใช้กระแสไฟจนมากเกินไป เหตุเพราะอาจทำให้สายไฟเสื่อมสภาพไวขึ้นเช่นกันค่า

เเถม เเถมจ้าา มาดูประเภท ท่อร้อยสายไฟ กันหน่อยดีกว่าค่า

ท่อร้อยสายไฟ (Electrical Conduit)

ท่อเป็นส่วนที่ช่วยปกป้องสายไฟ และ รวบรวมสายไฟหลายๆ เส้นไว้ด้วยกัน ทำให้มีความเรียบร้อยท่อร้อยสายไฟ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ท่อโลหะ และ ท่อพลาสติก

ท่อโลหะ เป็นท่อที่ทำจากเหล็ก ชุบสังกะสี ที่แบ่งออกเป็น 5 ชนิด ต่างกันดังนี้ค่ะ

1. ท่อโลหะขนาดบาง (EMT, Electrical Metallic Tubing)

ซึ่งมีขนาด 1/2 – 2 นิ้ว เหมาะกับการใช้เเบบเดินลอยภายในอาคาร หรือ เเบบฝังในผนังได้เท่านั้นค่ะ ห้ามฝังดิน หรือฝังในพื้นคอนกรีตเด็จขาดจ้า

2. ท่อโลหะขนาดกลาง (IMC, Intermediate Conduit)

มีขนาด 1/2 – 4 นิ้ว ใช้เเบบเดินลอยภายนอกอาคาร หรือ เเบบฝังในผนัง ท่อโลหะชนิดนี้ สามารถฝังพื้นคอนกรีตได้นะคะ

3. ท่อหนาพิเศษ (RSC, Rigid Steel Conduit)

มีขนาด 1/2 – 6 นิ้ว ใช้เเบบเดินลอยภายนอกอาคาร หรือ เเบบฝังในผนัง และท่อโลหะชนิดนี้ สามารถฝังพื้นคอนกรีตได้ เหมือนกับท่อ IMC แต่ท่อชนิด RSC จะแข็งแรงมากกว่า IMC ค่า

4. ท่อโลหะอ่อน (Flexible Metal Conduit)

เป็นท่อที่มีความอ่อนตัว โค้งงอได้ เหมาะสำหรับต่อเข้าอุปกรณ์ไฟฟ้าค่ะ

5. ท่อโลหะอ่อนกันน้ำ (Raintight Flexible Metal Conduit)

เป็นท่อโลหะอ่อนที่มีเปลือก PVC หุ้มด้านนอก เพื่อที่สามารถกันความชื้นได้ เหมาะสำหรับใช้ในการต่อเข้าอุปกรณ์ไฟฟ้า ในที่ที่มีความชื้น เช่น เครื่องทำน้ำอุ่นในห้องน้ำ เป็นต้น

ท่อพลาสติก มีราคาถูกกว่าท่อโลหะ แบ่งออกเป็น 3 ชนิด ดังนี้

1. ท่อพีวีซี (PVC, Polyvinyl Chloride)

เป็นท่อที่ผลิตจากวัสดุ PVC มีคุณสมบัติทนความชื้นได้ ไม่ขึ้นสนิม ซึ่งทนความร้อนได้ถึง 60 องศา มี 2 สีคือ สีขาว เเละสีเหลือง ซึ่งสีขาวเหมาะกับการเดินท่อเเบบลอยเนื่องจากทาสีทับได้ง่า ส่วนสีเหลือง เหมาะกับการเดินท่อฝังในผนังค่ะ

2. ท่อ HDPE (High Density Polyethylene)

เป็นท่อที่มีความแข็งแรง เเละ ความอ่อนตัว สามารถใช้เดินสายภายนอกอาคาร และเดินสายใต้ดินได้ค่ะ

3. ท่อ EFLEX

เป็นท่อที่มีลักษณะเป็นปล้อง มีความอ่อนตัว โค้งงอได้ คล้ายท่อโลหะอ่อน

โดยสรุปแล้วการเดินสายไฟแบบร้อยสายผ่านท่อ “เเบบยึดผนัง” ดีกว่าการเดินสายเเบบอื่นค่ะ เพราะทำให้การตรวจเช็คสภาพความเสื่อมโทรม เเละการซ่อมบำรุง ได้สะดวกเเถมยังทำให้ช่วยประหยัดเวลา และ ประหยัดค่าใช้จ่าย เพิ่มความปลอดภัยในการเดินสายไฟอีกด้วย ส่วนในเรื่องของอายุการใช้งานได้นานถึง 20 – 30 ปีเลยทีเดียวค่ะ หรือ เเนะนำอีกเเบบคือการเดินสายไฟแบบฝังผนัง ใช้งบประมาณที่มากกว่า เเต่เมื่อทำออกมาเเล้ว จะทำให้บ้านของคุณดูเรียบร้อยมากกว่า เเต่ยังต้องมีการออกแบบ และ การวางแผนการก่อสร้างที่ดี จึงจะสามารถใช้งานที่สมบูรณ์ได้ดี ไม่ต้องเเก้บ่อยค่า